คาดปีนี้ทั้ง Gemini และ ChatGPT จะเริ่มมีโฆษณา – แล้วหน้าตาจะเป็นอย่างไร ? : [ AI News EP.02 ]
ai-news 10 Jan 2026
Author : superadmin
ในปี 2026 โลกของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่เป็นเครื่องมืออัจฉริยะที่ผู้ใช้ยอมจ่ายค่าสมาชิกเพื่อแลกกับความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัว
แต่ภาพฝันของ “พื้นที่สะอาดตาไร้โฆษณา” กำลังเริ่มเลือนลางลง เมื่อมีรายงานหนาหูว่าทั้ง OpenAI และ Google ต่างกำลังซุ่มทดสอบโมเดลการหารายได้รูปแบบใหม่ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าแชทบอทไปตลอดกาล
🕵️♂️ ถอดรหัสข่าวจริงและข่าวหลุด 🕵️♂️ สัญญาณจากวงใน
ChatGPT :
ข่าวคราวเรื่องโฆษณาใน ChatGPT เริ่มมีความชัดเจนขึ้นในช่วงต้นปี 2026 เมื่อมีการเปิดเผยว่า Fidji Simo ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแอปพลิเคชันของ OpenAI ได้ระบุถึงเป้าหมายการวิจัยและพัฒนาที่มุ่งเน้นการสร้าง “เนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน” (Sponsored Content)
นอกจากนี้ แหล่งข่าวระบุว่า Simo ได้กล่าวถึงแผนการเพิ่มเติมในการเริ่มทดสอบโฆษณาภายในโมเดลแชทที่ใช้เฉพาะในกลุ่มพนักงานในช่วงปีใหม่นี้ โดยร่วมมือกับบริษัทค้าปลีกใหญ่ๆเช่น Walmart, Instacart, Target และ Shopify
ซึ่งเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เกิดกระแสความไม่พอใจจากผู้ใช้ เมื่อ ChatGPT ให้คำตอบที่ดูเหมือนโฆษณาแฝงสำหรับผลิตภัณฑ์อย่างจักรยานออกกำลังกาย Peloton ซึ่งในตอนนั้นทีมงาน OpenAI ได้ออกมาชี้แจงว่า แม้มีการ “แนะนำ” ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง แต่ในขณะนั้นยังไม่มีโมเดลโฆษณาที่รับเงินค่าตอบแทนแต่อย่างใด
ก่อนนี้ซีอีโออย่าง Sam Altman จะเคยประกาศภาวะ “Code Red” เพื่อสั่งระงับแผนโฆษณาชั่วคราวในช่วงปลายปีที่ผ่านมาเพื่อปรับปรุงคุณภาพโมเดล แต่รายงานล่าสุดจากสำนักข่าว The Information ยืนยันว่าพนักงาน OpenAI ได้เริ่มทดสอบรูปแบบการวางโฆษณา (Ad Mockups) ภายในเป็นการเฉพาะกลุ่มจริงๆ เพื่อเตรียมรับมือกับค่าใช้จ่ายด้านเซิร์ฟเวอร์ที่คาดว่าจะสูงถึง 1.15 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2029
Gemini :
ในขณะเดียวกันฝั่ง Google แม้ผู้บริหารระดับสูงอย่าง Dan Taylor รองประธานฝ่ายโฆษณาทั่วโลก จะออกมาปฏิเสธข่าวจาก Adweek ที่ระบุว่า Google เริ่มคุยกับเอเจนซี่เรื่องโฆษณาใน Gemini โดยยืนยันว่า “ปัจจุบันยังไม่มีโฆษณาในแอป Gemini”
แต่ในความเป็นจริง Google ได้เริ่มแสดงโฆษณาในส่วนของ AI Overviews ที่อยู่ส่วนบนสุดของบนหน้าผลการค้นหาของ Google Search เดิมไปบ้างแล้ว ซึ่งถือเป็นบันไดขั้นแรกที่ชัดเจนที่สุดในการเปลี่ยนผ่าน Gemini ให้กลายเป็นพื้นที่โฆษณาในอนาคตอันใกล้
ปัจจุบันรายได้หลักกว่า 80% ของ Google มาจากโฆษณา นักวิเคราะห์ทั้งหลายจึงมองกันว่า “เป็นไปไม่ได้” ที่กูเกิลจะปล่อยให้ Gemini เป็นพื้นที่ว่างเปล่าในระยะยาว

💵 หารายได้จากค่าสมาชิกอย่างเดียวไม่พอ ? 💸
แม้ทั้ง ChatGPT และ Gemini จะมีรูปแบบการหารายได้จากค่าสมาชิก เพื่อการใช้งานได้มากกว่า ซับซ้อนกว่าแบบฟรี แต่แค่นี้ก็ไม่น่าจะพอ
นั่นเพราะข้อมูลทางการเงินชี้ให้เห็นว่าโมเดลการสมัครสมาชิก (Subscription) เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงค่าพลังงานและชิปประมวลผลที่ต้องทำงานทุกครั้งที่มีคนพิมพ์ถาม
นอกจากนี้ รายงานจาก Similarweb ในเดือนมกราคม 2026 ระบุว่าส่วนแบ่งการตลาดของ ChatGPT เริ่มลดลงเหลือ 68% ขณะที่ Gemini พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 18.2%
การแข่งขันที่ดุเดือดทำให้แต่ละค่ายไม่สามารถขึ้นค่าสมาชิกได้ตามใจชอบ การหันไปหา “งบโฆษณา” ซึ่งเป็นเค้กก้อนใหญ่ที่สุดในโลกดิจิทัลจึงเป็นทางออกที่สมเหตุสมผลที่สุดในเชิงธุรกิจ เพื่อประคองให้บริษัทสามารถไปถึงจุดคุ้มทุนได้ภายในปี 2030 ตามเป้าหมาย

📢เดารูปแบบโฆษณา 📢 เมื่อ AI อาจกลายเป็น “พนักงานขายแนบเนียน”
คาดกันว่าโฆษณาในยุค AI จะไม่มาในรูปแบบป้ายแบนเนอร์ที่น่ารำคาญ แต่จะถูกฉาบหน้าด้วยคำว่า“การแนะนำ” (Recommendation)
ChatGPT :
สื่อและนักวิเคราะห์คาดกันว่า ChatGPT จะเน้นโฆษณาเชิงสนทนา(Conversational Ads) เช่น หากถามหาวีธีทำอาหาร AI อาจแนะนำชุดเครื่องปรุงจากพาร์ทเนอร์อย่าง Walmart หรือปักหมุดลิงก์สั่งซื้อจาก Shopify ไว้ท้ายคำตอบ
Gemini :
สื่อและนักวิเคราะห์ได้พากันคาดการณ์รูปแบบโฆษณาบน Gemini ว่าน่าจะใช้แนวทางดังนี้ …
- AI Overviews : ปัจจุบันเราเห็นโฆษณาแบบนี้ อยู่บนสุดในหน้าค้นหากันแล้ว
- Native Integration : หากคุณถาม Gemini ว่า “อยากไปเที่ยวเชียงใหม่พักที่ไหนดี?” Gemini จะแสดงการ์ดโรงแรมที่ได้รับการสนับสนุน (Sponsored) ขึ้นมาในตำตอบด้วย พร้อมปุ่มกดจอง และป้ายบอกว่า “sponsored” หรือ “ได้รับการสนับสนุน”

👩🏻🌾 สิ่งที่ผู้บริโภคต้องเสีย และสิ่งที่ภาคธุรกิจจะได้รับ 👨🏻💼
👩🏻🌾 ผู้บริโภคจะได้เสียอะไร ?
สิ่งที่เสียไปอย่างแรกคือ “ความเป็นกลาง” (Objectivity) ผู้ใช้จะเริ่มสงสัยว่าคำแนะนำที่ AI มอบให้มาจากข้อมูลที่ดีที่สุด หรือมาจากแบรนด์ที่จ่ายเงินมากที่สุดกันแน่
นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะ AI จำเป็นต้องวิเคราะห์ “บริบทชีวิต” ของผู้ใช้เพื่อให้โฆษณาแม่นยำขึ้นจนอาจดูเหมือนการถูกดักฟังความคิด
👨🏻💼 ภาคธุรกิจจะได้อะไร ?
โฆษณา AI มีข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าโฆษณาดิจิทัลเดิมๆ เช่น Search Ads ใน 3 ประเด็นหลัก
- High Intent & Context: โฆษณาจะปรากฏในจังหวะที่ผู้ใช้ “กำลังต้องการทางออก” จริงๆ เช่น แนะนำประกันเดินทางในขณะที่ AI กำลังร่างแผนเที่ยวให้
- Higher Conversion: การมีปุ่มกดซื้อหรือจองได้ทันทีภายในบทสนทนาจะช่วยลดขั้นตอนการตัดสินใจ (Friction) ทำให้มีโอกาสปิดการขายได้สูงกว่าการคลิกผ่านลิงก์แบบเดิม
- Personalized Narrative: แบรนด์สามารถให้ AI เล่าเรื่องราวของสินค้าให้เข้ากับสไตล์การพูดของผู้ใช้แต่ละคนได้ ทำให้โฆษณาดูมีความเป็นมนุษย์และลดแรงต้านจากผู้รับสาร

🔍 บทสรุป: ก้าวสู่ยุค “AI Search & Shop” 📦
ในปี 2026 เรากำลังเดินออกจากยุคที่ AI เป็นเพียง “สมองกล” เข้าสู่ยุคที่เป็น “เศรษฐกิจดิจิทัล” เต็มรูปแบบ แม้ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะโหยหาพื้นที่ที่ไร้การรบกวน แต่ความจริงทางธุรกิจกำลังผลักดันให้ AI กลายเป็นสนามรบใหม่ของการตลาด
ความท้าทายของ OpenAI และ Google คือการบริหารจัดการ “เส้นแบ่ง” ระหว่างความน่าเชื่อถือกับผลกำไร หากก้าวข้ามเส้นนี้ไปไกลเกินไป AI ที่เคยชาญฉลาดอาจถูกลดค่าลงเหลือเพียงพนักงานขายที่พูดเก่งเท่านั้น
. : สนใจยกระดับการตลาดด้วยเอไอ ? รู้จักซอฟต์แวร์ PAM เพิ่มเติมได้ที่ PAMs.ai : .
📰 แหล่งข้อมูลอ้างอิง 📰
- Mashable: OpenAI reportedly testing ChatGPT ads soon (January 8, 2026)
- Digiday: OpenAI’s countdown: monetization, ads, and a Google-shaped threat (January 7, 2026)
- Search Engine Land: Google denies ads are coming to Gemini in 2026 (December 8, 2025)
- The Information: OpenAI Revenue Forecasts and Infrastructure Burn Rates (Early 2026 Report)
- Vertu / Similarweb: AI Chatbot Market Share 2026 Analysis (January 2026)
- Wall Street Journal: Sam Altman Internal Memo on Code Red and Pulse Delay (January 2026)
Share :
Start using PAM today
Reach every customer steps, make every action count.